วันพุธที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

อย. แนะใช้สบู่ก็ฆ่าเชื้อโรคได้ ระวังเจลล้างมือไม่ได้มาตรฐาน



อย. แนะใช้สบู่ก็ฆ่าเชื้อโรคได้ ระวังเจลล้างมือไม่ได้มาตรฐาน
อย.เผยการล้างมือไม่จำเป็นต้องใช้น้ำยาฆ่าเชื้อโรค เพียงแค่ใช้สบู่กับน้ำสะอาด ล้างอย่างถูกวิธีตามขั้นตอน
นายแพทย์พิพัฒน์ ยิ่งเสรี เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เปิดเผยว่า จากปัญหาไข้หวัดใหญ่ 2009
ทำให้มีพ่อค้าหัวใสผลิตเจลแอลกอฮอล์ปลอมออกมาวางขายตามท้องตลาด และรัฐมนตรีว่าการกระทรวง
สาธารณสุขได้สั่งการให้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ออกตรวจสอบเจลล้างมือในท้องตลาด นั้นในวันนี้ (14 ก.ค.52) อย. ได้ส่งเจ้าหน้าที่กลุ่มควบคุมเครื่องสำอางออกตรวจสอบการจำหน่ายเจลล้างมือทั้งในและนอกห้างสรรพสินค้า ซึ่งมีการจำหน่ายอยู่นับสิบยี่ห้อ จากการตรวจสอบปรากฏว่าพบ 2 ผลิตภัณฑ์ ได้แก่ Bath &Body Works กลิ่น Japanese Cherry Blossom และกลิ่น Midnight Pomegranate ซึ่งนำเข้าจากประเทศสหรัฐอเมริกาไม่มีฉลากภาษาไทย ซึ่งจะได้ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป อย่างไรก็ตาม อย. ได้เก็บตัวอย่างผลิตภัณฑ์มาตรวจสอบข้อมูลว่าตรงตามที่มีการจดแจ้งไว้หรือไม่ ซึ่งจะได้ติดตามไปยังผู้ผลิตว่ามีการผลิตอย่างมีคุณภาพมาตรฐานหรือไม่ต่อไป ทั้งนี้ ผู้บริโภคก่อนจะซื้อผลิตภัณฑ์ล้างมือในรูปแบบเจล
หรือแบบสเปรย์ ควรสังเกตฉลากภาษาไทย แสดงชื่อผลิตภัณฑ์ สารที่ใช้เป็นส่วนผสม ชื่อและที่ตั้งผู้ผลิตหรือผู้นำเข้า วันเดือนปีที่ผลิต วิธีใช้และปริมาณสุทธิ โดยเลือกซื้อจากร้านค้าที่มีหลักแหล่งแน่นอนเชื่อถือได้ เพราะหากมีปัญหาสามารถติดต่อหาผู้รับผิดชอบได้
อย่างไรก็ตาม การล้างมือไม่จำเป็นต้องใช้น้ำยาฆ่าเชื้อโรค เพียงแค่ใช้สบู่กับน้ำสะอาด ล้างอย่างถูก
วิธีตามขั้นตอน อย่างน้อยนาน 15 – 20 วินาที ก็จะสามารถลดการติดเชื้อได้อย่างดีมากแล้ว
ข้อมูลเกี่ยวกับเจลล้างมือที่ควรทราบ
เจลล้างมือที่ใช้ฆ่าเชื้อโรคโดยไม่ใช้น้ำ?
ทำมาจากเอทิลแอลกอฮอล์(Ethyl Alcohol 70% w/w) : เป็นแอลกอฮอล์ช่วยในการฆ่าเชื้อโรคได้หลากหลายชนิด มีฤทธิ์ในการฆ่าเชื้อโรคได้กว้าง ทั้งเชื้อแบคทีเรีย เชื้อรา และเชื้อไวรัส สามารถป้องกันได้ทันทีหลังการใช้และป้องกันได้ในระยะเวลานาน (ต้องเข้มข้น 60 – 80 % จึงจะใช้ได้ผล เหมาะที่สุดก็คือ 70%)

การทำเจลล้างมือ


การทำเจลล้างมือ
การทำเจลล้างมือสูตรป้องกันและฆ่าเชื้อโรค จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องมีแอลกอฮอล์เป็นส่วนประกอบ เพราะแอลกอฮอล์มีคุณสมบัติในการทำความสะอาดและฆ่าเชื้อโรค เพราะในชีวิตประจำวัน เราสัมผัสกับอะไรต่าง ๆ มากมาย วันนี้จึงมานำเสนอการทำเจลล้างมือฆ่าเชื้อโรค โดยมีสูตรวัตถุดิบและวิธีการทำอย่างง่ายมาแสดงให้ดู เริ่มจากสิ่งที่ต้องเตรียมกันเลยค่ะ
เราจะแยกเป็นส่วนผสมเป็น 3 ส่วน คือ ส่วน A,B,C เพื่อให้เป็นการเข้าใจง่าย
สาร A ประกอบด้วย WATER 43.80 กรัม
CARBOPOL 940 0.30 กรัม
สาร B ประกอบด้วย ALCOHOL 95% 45.00 กรัม
TRICLOSAN 0.10 กรัม
สาร C ประกอบด้วย WATER 10.00 กรัม
TRIETHANOLAMINE 0.80 กรัม
นอกจากนี้ยังมีวัสดุอุปกรณ์อื่น ๆ เพิ่มเติมอีก คือ สีผสมอาหาร (ตามใจชอบ),ตาชั่ง สำหรับชั่งน้ำหนักวัตถุดิบ, ภาชนะใส่เจล, ไม้พาย
เมื่อเตรียมวัสดุอุปกรณ์เรียบร้อยแล้ว เรามาเริ่มทำเจลล้างมือกันเลยค่ะ
1. เริ่มจากนำสาร A มาคนให้เข้ากัน โดยเริ่มใส่ CARBOPOL 940 ทีละน้อย ๆ
2. สาร B และ C ก็ทำเช่นเดียวกันกับสาร A
3. นำสาร A และสาร B มาเทรวมกันและคนให้เข้ากัน
4. นำสาร C ที่คนเข้ากันแล้ว มาเทรวมกับสาร A+B แล้วคนต่อไปประมาณ 10 นาที
5. นำสีผสมอาหารหยดลงไปตามชอบ พร้อมทั้งคนให้เข้ากัน
6. เทสารที่ได้ใส่ในภาชนะ เปิดฝาทิ้งไว้ข้ามคืน สารนั้นก็จะเซ็ทตัวเป็นเจล

การทำเจลล้างมือฆ่าเชื้อโรค



การทำเจลล้างมือฆ่าเชื้อโรค


ในชีวิตประจำวันคงไม่มีใครหลีกเลี่ยงเชื้อโรคทั้งที่มองเห็นและมองไม่เห็นได้ ยิ่งถ้าต้องใช้ชีวิต นอกบ้านเสียเป็นส่วนใหญ่ยิ่งทำให้ง่ายต่อการสัมผัสกับเชื้อโรคทั้งหลายเหล่านั้น
วันนี้ เราจะมาเสนอการทำ “เจลล้างมือฆ่าเชื้อโรค” โดยมีสูตรวัตถุดิบและวิธีการทำอย่างง่ายมาแสดงให้ดู คุณๆ สามารถทำไว้พกติดตัวแถมยังเผื่อแผ่ให้กับสมาชิกในครอบครัวพกไว้ใช้กันได้ทุกเมื่อที่ต้องการอีกด้วย เป็นครอบครัวอนามัยกันถ้วนหน้าไปเลยดีไหมคะ เพราะอย่างน้อยการล้างมือเมื่อสัมผัสกับสิ่งไม่สะอาดทั้งหลายและก่อนรับประทานอาหารก็เป็นอีกทางที่จะช่วยลดปริมาณเชื้อโรคที่จะเข้าสู่ร่างกายของเราได้ ไม่มากก็น้อยล่ะค่ะ

สิ่งที่ต้องเตรียม



1. สารเคมีส่วน A CARBOPOL 940 0.90 กรัม
2. สารเคมีส่วน B ALCOHOL 95% 135.00 กรัม
TRICLOSAN 0.30 กรัม
3. สารเคมีส่วน C TRIETHANOLAMINE (TEA) 2.40 กรัม
4. น้ำสะอาด (แบ่งเป็น 2 ส่วน) ส่วน A 131.40 กรัม ส่วน C 30.00 กรัม
5. สีผสมอาหาร (ตามชอบ)
6. ตาชั่ง สำหรับชั่งน้ำหนักวัตถุดิบ
7. ภาชนะใส่วัตถุดิบ
8. ไม้พาย
9. ที่ดูด (dropper )

วิธีทำ


1. A เตรียมน้ำสะอาดส่วนแรก ชั่งตามสูตร
เตรียมวัตถุดิบ CARBOPAL 940 ชั่งตามสูตร



2. ค่อย ๆ เท CARBOPAL 940



3. คนจน CARBOPAL กระจายตัวหมด



4. B เตรียม ALCOHOL 95% ชั่งตามสูตร
TRICLOSAN ชั่งตามสูตร





5. ผสม ALCOHOL 95% และ TRICLOSAN เข้าด้วยกัน


6. คนให้เข้ากันดี



7. นำส่วน B กวนให้ละลายจนเข้ากันแล้ว เทลงส่วน A



8. C เตรียมน้ำสะอาดส่วนที่สอง (ชั่งตามสูตร)
เตรียมวัตถุดิบ TRIETHANOLAMINE (TEA) ชั่งตามสูตร



9. ผสมให้เข้ากันดี



10. เทส่วน C ลงไปผสมกับส่วน A



11. คนให้เข้ากัน



12. นำสีผสมอาหารหยดลงไปตามชอบ



13. คนให้เข้ากันอีกครั้ง

14. เทใส่ในภาชนะเปิดฝาทิ้งไว้ข้ามคืนก็จะเซ็ทตัวเป็นเจล

15. ก็จะได้เจลล้างมือฆ่าเชื้อโรคค่ะ

ข้อแนะนำ

ในขั้นตอนที่ 13 และ 14 นั้น จำเป็นที่คุณๆจะต้องทิ้งไว้หลายชั่วโมง เพื่อให้เจลเซ็ทตัว

คุณๆสามารถเติมสีได้ตามชอบใจนะคะ

งานนี้เด็ก ๆ ถ้าจะทำควรอยู่ในความดูแลของผู้ใหญ่นะคะ

แหล่งซื้อสารเคมี : http://www.archeep.com/chemistry/chem_supply.htm


เจลล้างมือ
เจลล้างมือ (hand cleansing gel, Hand sinitizer gel)
สุขภาพ เป็นสิ่งหนึ่งที่ผู้คนยุคนี้สมัยนี้ให้ความสนใจกัน ใครไม่สนใจสุขภาพจะดูไม่ทันสมัยไม่อินเทรนด์ วัยรุ่นหนุ่มสาวหันมาออกกำลังกายดูแลรักษาผิวพรรณหน้าตาเพื่อเพิ่มเสน่ห์ให้กับตนเอง ในขณะที่คนทำงานนิยมใช้กีฬาในการเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างพนักงานไปจนถึงการเจรจาธุรกิจ ส่วนคุณลุงคุณป้าวัยเกษียณอายุหมั่นดูแลสุขภาพของตนเองด้วยไม่ต้องการเป็นภาระแก่ลูกหลานอีกทั้งได้เพื่อนคุยยามเหงา
การดูแลสุขภาพให้ดีใช่ว่าออกกำลังกายเท่านั้นก็เพียงพอ ความสะอาดของร่างกายเป็นพื้นฐานสำคัญในการดูแลรักษาสุขภาพ เราทุกคนจะถูกสอนตั้งแต่เด็กว่าให้อาบน้ำวันละ 2 ครั้ง แปรงฟันตอนเช้าและก่อนเข้านอน ล้างมือก่อนทานข้าว สิ่งต่างๆเหล่านี้ย่อมต้องอาศัยผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในการทำความสะอาด เช่น ใช้สบู่อาบน้ำ ใช้ยาสีฟันแปรงฟัน ใช้สบู่ล้างมือ เป็นต้น เมื่อกาลเวลาผันผ่านทุกสิ่งย่อมมีการเปลี่ยนแปลง รวมทั้งผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในการทำความสะอาดด้วย ในยามที่เราเป็นเด็กจะอาบน้ำล้างหน้าสบู่ก้อนเดียวเป็นพอ ไม่เหมือนสมัยนี้จะล้างหน้าต้องใช้โฟมหรือเจลล้างหน้า ทั้งสำหรับผิวแห้ง ผิวมัน ผิวธรรมดา ผิวแพ้ง่าย ลดสิว เพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวหน้า ทำให้หน้าใส กระชับ ลดริ้วรอยแห่งวัย ทำเอาเลือกกันไม่ถูกทีเดียว เช่นเดียวกันกับสบู่ เดี๋ยวนี้มีมากมายหลายหลากทั้งสบู่ก้อนสบู่เหลว ผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในการทำความสะอาดอีกชนิดหนึ่งซึ่งเริ่มเข้ามาวางในตลาดได้ระยะหนึ่งแล้ว ได้แก่ เจลล้างมือ หรือ hand cleansing gel หรือ hand sanitizer
เจลล้างมือในต่างประเทศเป็นที่นิยมในหมู่พ่อแม่ที่มีลูกเล็กๆในฐานะผลิตภัณฑ์สำหรับล้างมือในกรณีที่ไม่มีน้ำและสบู่ ประกอบด้วยแอลกอฮอล์ไม่น้อยกว่า 60 % โดยแอลกอฮอล์ที่ใช้นิยมเอทิลแอลกอฮอล์ (ethyl alcohol) ไอโซโพรพิลแอลกอฮอล์ (isopropyl alcohol) หรือทั้งสองชนิดผสมกัน มีที่มาจากความพยายามในการปรับปรุงการฆ่าเชื้อจุลินทรีย์ที่อยู่บนมือจากการสัมผัสผู้ป่วยเพื่อป้องกันการติดเชื้อ แรกเริ่มเดิมทีก่อนและหลังการพยาบาลผู้ป่วยในห้องพักหมอและพยาบาลจะล้างมือด้วยน้ำและสบู่ จากการศึกษาพบว่าการล้างมือด้วยน้ำและสบู่สามารถกำจัดเชื้อโรคได้ดี แต่เนื่องจากในห้องพักที่มีผู้ป่วยหลายคนในขณะที่มีอ่างล้างมือเพียงอ่างเดียว ทำให้การเดินไปล้างมือไม่สะดวก จึงมีการทดลองเพิ่มจำนวนอ่างล้างมือ พบว่าไม่ทำให้ประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นเท่าใดนัก จึงมีการพัฒนาเจลล้างมือซึ่งมีองค์ประกอบส่วนใหญ่เป็นแอลกอฮอล์ขึ้น การใช้เจลล้างมือทำได้โดยหยดเจลลงบนฝ่ามือประมาณ 3 – 5 มิลลิลิตร จากนั้นถูมือไปมาให้ทั่วจนกระทั่งเจลระเหยไปหมด เจลล้างมือได้รับความนิยมเพราะสะดวก ไม่จำเป็นต้องเดินไปล้างมือที่อ่างและยืนอยู่ที่อ่างจนกว่าจะล้างเสร็จ นอกจากนี้สิ่งสำคัญในการป้องกันการติดเชื้อจากการสัมผัสผู้ป่วยคือต้องฆ่าเชื้อโรคอย่างรวดเร็วซึ่งเจลล้างมือดีกว่าการล้างมือด้วยน้ำและสบู่ เพราะสามารถติดตั้งที่ผนังใกล้เตียงผู้ป่วย หรือใส่ในรถเข็นของนางพยาบาล แม้กระทั่งทำเป็นขวดเล็กๆพกติดตัวก็ได้
การทำความสะอาดมือสำหรับผู้ที่จะเข้าห้องผ่าตัดจะแตกต่างจากการล้างมือหลังพยาบาลผู้ป่วย สิ่งสำคัญคือต้องกำจัดจุลินทรีย์ทั้งหมดบนมือศัลยแพทย์ และป้องกันการเจริญเติบโตของแบคทีเรียหลังจากสวมถุงมือยางซึ่งทำให้เกิดสภาวะคล้ายเรือนกระจกที่สามารถเร่งการเจริญเติบโตของแบคทีเรีย สิ่งนี้มีความสำคัญเนื่องจากมีความเป็นไปได้ที่จะเกิดการรั่วขึ้นบนถุงมือโดยที่ตามองไม่เห็น ของเหลวจากบาดแผลผู้ป่วยอาจไหลเข้าไปยังถุงมือและนำเชื้อแบคทีเรียกลับไปยังบาดแผลได้ จึงได้มีการทำการทดลองใช้สารละลายไพวิโดนไอโอดีนเข้มข้น 4 % (4% pividone iodine) หรือสารละลายคลอเฮกซิดีนกลูโคเนทเข้มข้น 4 % (4% aqueous chlorhexidine gluconate) ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมในการทำความสะอาดมือก่อนทำการผ่าตัด เปรียบเทียบกับการใช้เจลล้างมือพบว่ามีประสิทธิภาพใกล้เคียงกันแต่เจลล้างมือระคายเคืองน้อยกว่า
จะเห็นว่าแรกเริ่มเดิมทีเจลล้างมือเป็นผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในโรงพยาบาลที่ต้องการความปลอดเชื้อซึ่งออกจะไกลตัวบุคคลทั่วไป เมื่อมีการนำผลิตภัณฑ์นี้เข้าสู่ตลาดของผู้บริโภคทั่วไปจึงเกิดคำถามที่ว่าผู้บริโภคมีความจำเป็นในการใช้ผลิตภัณฑ์นี้หรือไม่ ในประเด็นนี้ผู้เขียนไม่ขอออกความเห็นและยืนยันว่าบทความนี้ไม่ได้เขียนขึ้นเพื่อต่อต้านผลิตภัณฑ์ชนิดนี้ เพราะผู้เขียนเองก็ซื้อไปใช้ระหว่างท่องเที่ยวเสมอ อย่างไรก็ดีการทำความสะอาดมือควรใช้วิธีล้างด้วยน้ำและสบู่ถ้าทำได้ จากนั้นจึงค่อยใช้เจลล้างมือเพื่อกำจัดเชื้อแบคทีเรีย เพราะจากคำแนะนำในการใช้เจลล้างมือเพื่อฆ่าเชื้อแบคทีเรียไม่ควรใช้ขณะมือสกปรก เช่น เปื้อนฝุ่นผง แต่ถ้าไม่มีน้ำและสบู่การล้างมือด้วยเจลล้างมือก็ย่อมจะดีกว่าไม่ล้างเสียเลย
เนื่องจากองค์ประกอบส่วนใหญ่ของเจลล้างมือคือแอลกอฮอล์จึงมีสมบัติของการเป็นตัวทำละลาย ดังนั้นการใช้เจลล้างมือจึงทำให้เกิดการชะชั้นน้ำมันบางๆที่เคลือบผิวหนังซึ่งทำหน้าที่ป้องกันเชื้อแบคทีเรีย แม้ว่าแอลกอฮอล์จะกำจัดเชื้อจุลินทรีย์ได้ดีเมื่อมีความเข้มข้นตั้งแต่ 60 – 90 % โดยน้ำหนัก ผลิตภัณฑ์ในท้องตลาดจะใช้ความเข้มข้นไม่เกิน 70 % เพราะจะทำให้ผิวแห้งจากการสูญเสียชั้นน้ำมัน อาจเกิดการแพ้ได้ง่าย และต้นทุนในการผลิตเจลสูงขึ้น เพื่อลดปัญหาผิวแห้งจากการใช้เจลจึงมีการเติมสารบางชนิดเข้าไปนั่นคือ moisturizer ซึ่งมีส่วนช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการฆ่าเชื้อแบคทีเรียด้วย เพราะทำให้การระเหยช้าลง แอลกอฮอล์จึงสัมผัสเซลล์แบคทีเรียนานขึ้น
ข้อเสียสำคัญอีกข้อหนึ่งของเจลล้างมือคือการเป็นสารระเหยง่าย (volatile material) และติดไฟได้ง่าย (highly flammable) มีจุดวาบไฟประมาณ 20 องศาเซลเซียส จุดวาบไฟคืออุณหภูมิที่ทำให้ของเหลวระเหยเป็นไอในปริมาณมากพอที่จะทำให้เกิดการลุกไหม้ได้เมื่อมีสะเก็ดไฟ จะเห็นว่าจุดวาบไฟของเจลล้างมือมีค่าค่อนข้างต่ำคือมีค่าน้อยกว่าอุณหภูมิทั่วไปของอากาศบ้านเราเสียอีก ดังนั้นเจลล้างมือจึงมีความเสี่ยงในการติดไฟสูง แม้ว่าในต่างประเทศจะมีการใช้ผลิตภัณฑ์ชนิดนี้มาเป็นเวลาพอสมควรและแทบจะไม่มีอุบัติเหตุเกิดขึ้นจากการใช้เจลล้างมือเลยก็ตาม แต่ก็มีรายงานอยู่บ้างเป็นเหตุการณ์เกี่ยวกับเจ้าหน้าที่ดูแลสุขอนามัยคนหนึ่ง
เจ้าหน้าที่คนดังกล่าวได้เดินไปกดเจลล้างมือลงบนฝ่ามือ จากนั้นถอดเสื้อคลุม (gown) ออก นำไปพาดไว้ จากนั้นถูมือไปมา ขณะเดียวกันก็เดินไปดึงประตูเลื่อน ทันใดเจ้าหน้าที่คนนั้นก็ได้ยินเสียงเหมือนไฟช็อต เห็นแสงสว่างวาบขึ้น เปลวไฟลุกบนฝ่ามือของเธอ เมื่อเหตุการณ์ผ่านไปพบว่ามือของเธอถูกไฟลวกเป็นรอยแดงแต่ไม่มีแผลพุพองแต่อย่างใด อย่างไรก็ดีคงไม่มีใครอยากจะได้รับประสบการณ์เช่นนี้
ได้มีการอธิบายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า มีไฟฟ้าสถิตเกิดขึ้นที่เสื้อคลุมของเจ้าหน้าที่ที่ทำจากโพลีเอสเตอร์ 100 % (100 % polyester) ซึ่งเกิดขึ้นได้ง่ายเพราะเป็นเส้นใยที่มีความชื้นต่ำ เมื่อเธอเอื้อมมือไปดึงประตูเลื่อนโลหะ ไฟฟ้าสถิตจากมือของเธอจึงเคลื่อนที่ไปยังประตู เกิดประกายไฟ ทำให้เจลที่เหลืออยู่บนมือลุกติดไฟ ดังนั้นการใช้เจลล้างมือจึงควรใช้ด้วยความระมัดระวัง
การใช้เจลล้างมืออย่างถูกวิธีเพื่อป้องกันการติดไฟทำได้โดย ขณะใช้ควรอยู่ห่างจากเปลวไฟ แหล่งให้ความร้อนหรือ สะเก็ดไฟ เช่น ไม่ใช้ขณะเล่นรอบกองไฟ ขณะทำอาหาร หรือขณะสูบบุหรี่ นอกจากนี้ควรใช้ในบริเวณที่อากาศถ่ายเทสะดวก เพื่อป้องกันการสะสมของไอระเหยซึ่งติดไฟง่าย แม้ว่าจุดวาบไฟจะต่ำแต่ถ้าอากาศถ่ายเทสะดวก ความเข้มข้นของไอระเหยจะไม่มากพอที่จะติดไฟได้ และควรถูมือให้แอลกอฮอล์ระเหยไปจนหมดก่อนที่จะทำกิจกรรมอื่นต่อไป
สิ่งสุดท้ายที่ต้องคำนึงถึงได้แก่การเก็บรักษา อาศัยหลักการเช่นเดียวกับการใช้คือ ควรเก็บรักษาในที่ที่มีอุณหภูมิต่ำกว่า 30 องศาเซลเซียส เก็บให้ห่างจากเปลวไฟ แหล่งให้ความร้อนหรือสะเก็ดไฟ ไม่วางไว้ในที่ที่แดดส่องถึง บริเวณที่เก็บไม่ควรมีการสูบบุหรี่และอากาศถ่ายเทสะดวก สุดท้ายนี้ผู้เขียนอยากจะฝากไว้ว่าสิ่งของเครื่องใช้ต่างๆสมัยนี้แม้จะมีคุณอนันต์หากไม่รู้จักใช้ก็มักจะมีโทษมหันต์ การจับจ่ายเงินทองซื้อข้าวของมาอำนวยความสะดวกจึงจำเป็นต้องเข้าใจตัวผลิตภัณฑ์นั้นๆด้วยเพื่อให้สามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างคุ้มค่าและปลอดภัย




วันพฤหัสบดีที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

สูตรเจลล้างมือ วิธีทำเจลล้างมือ การทำเจลล้างมือ





เจลล้างมือ ทำความสะอาดมือป้องกันไข้หวัด




จำหน่ายเจลล้างมือ รับจ้างผลิตเจลล้างมือ ราคาถูก คุณภาพดี ตลาดกำลังต้องการสูง

ด้วยสภาะการณ์แพร่ระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่2009 ที่คร่าชีวิตประชาชนไปมากกว่า 400 ราย ในขณะนี้ ส่งผลให้เกิดความตื่นตัวในด้านการป้องกันภาวะการติดเชื้อไข้หวัดในกลุ่มประชาชน


ส่งผลสืบเนื่องให้สินค้าที่เกี่ยวข้อง อาทิเช่น เจลล้างมือ หน้ากากอนามัย ผ้าปิดจมูก เกิดภาวะขาดแคลนสินค้า และมีการกักตุนสินค้า เจลล้างมือ หน้ากากอนามัย

โดยหน่วยงานภาครัฐเองก็ออกมาปรามกลุ่มผู้ค้าเจลล้างมือ หน้ากากอนามัย และอุปกรณ์ป้องกันต่างๆ ไม่ให้มีการโก่งราคาสินค้าดังกล่าว

และได้รับความร่วมมือ จากหน่วยงานต่างๆตอบรับถึงการให้ความรู้แก่ประชาชนกันอย่างกว้างขวาง เช่น กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน จัดฝึกอบรมหลักสูตรการทำเจลล้างมืออย่างง่าย ไว้ใช้เองในครัวเรือน

ทางสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ หรือ วว.เอง ก็เริ่มเปิดสอนหลักสูตรทำเจลล้างมือ พร้อมใช้งานให้แก่ประชาชน โดยมีสูตรการทำเจลล้างมือเฉพาะตัวของทาง วว. ซึ่งมีสัดส่วนแอลกอฮอล์ถึง 70% เหมาะแก่การนำมาใช้เพื่อทำความสะอาด

นอกจากนี้ทางหน่วยงานสื่อมวลชน เช่น คมชัดลึกฝึกอาชีพ มติชน เส้นทางเศรษฐี ต่างก็เพิ่มหลักสูตรการทำเจล้างมือเป็นกรณีเร่งด่วน เพื่อให้ประชาชนสามารผลิตเจลล้างมือใช้ได้เอง

เจลล้างมือ หรือ instant Hand zanitizer มีส่วนประกอบ ดังนี้

1.carbopal
2.alcohol
3.tricolsan
4.trietanolamin
5.น้ำสะอาด
6.สีผสมอาหาร

เจลล้างมือถือเป็นเครื่องสำอางค์ หากต้องการผลิตเจลล้างมือไว้ใช้ในครัวเรือนสามารถทำได้ แต่หากต้องการผลิตเพื่อจำหน่ายจำเป็นต้องได้รับการอนุญาตจาก อย.เสียก่อน